เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2019 ศูนย์วิจัยขับเคลื่อนแรงดัน (JPL) ที่ทำงานขึ้นตรงกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซ่า (NASA) ได้เผยถึงเรื่องน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับ “อุกกาบาตลูกใหญ่” ที่ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลก ในช่วงเดือน ธันวาคม 2018 โดยพวกเขาตรวจพบการระเบิดอย่างรุนแรงในชั้นบรรยากาศเหนือประเทศรัสเซีย
จากข้อมูล ระบุว่า อุกกาบาตลูกนี้พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็ว 32 กิโลเมตร/วินาที ก่อนจะระเบิดในชั้นบรรยากาศเหนือทะเลแบริงของรัสเซีย และปลดปล่อยพลังงานออกมาถึง 173 กิโลตัน ซึ่งมากกว่าแรงระเบิดปรมาณู “LittleBoy” ที่อเมริกาใช้โจมตีฮิโรชิมาของประเทศญี่ปุ่นถึง 10 เท่า เพราะลิตเติลบอยปล่อยพลังออกมาราว 15 กิโลตันเท่านั้น
โดยหน่วยงานที่พบเห็นการระเบิดของอุกกาบาตลูกนี้หน่วยงานแรกคือ ดาวเทียมฮิมาวาริของญี่ปุ่น เมื่อตรวจพบพวกเขาจึงแจ้งเรื่องต่อองค์การนาซ่าทันที
“อุกกาบาตลูกใหญ่ขนาดนี้จะมาเพียง 2-3 ลูกในทุก 100 ปี เท่านั้น” – ดร. ลินด์เลย์ จอห์นสัน เจ้าหน้าที่แผกปกป้องโลกของนาซ่า กล่าว
แต่นี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เคยมีอุกกาบาตตกมาเหนือน่านฟ้าของประเทศรัสเซีย เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2013 ได้มีอุกกาบาตลูกใหญ่ตกมายังเมือง “เชลยาบินสก์” (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ) ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,200 คน อาคารที่อยู่อาศัยเสียหายจากแรงระเบิดกว่า 3,000 แห่ง โดยการระเบิดในครั้งนั้นปลดปล่อยพลังงานออกมาถึง 440 กิโลตัน เลยทีเดียว
Fact – นักธรณีฟิสิกส์เชื่อว่า เมื่อ 66 ล้านปีก่อน ได้มีอุกกาบาตลูกใหญ่พุ่งชนโลก จนเป็นเหตุให้สิ่งมีชีวิตกว่า 3 ใน 4 บนโลกต้องสูญพันธุ์ เพราะแรงระเบิดมหาศาลเหล่านั้นทำให้เกิดเหตุการณ์ปะทุของภูเขาไฟทั้งบนบกและในน้ำ เหตุนี้จึงเกิดภัยพิบัติเป็นวงกว้างสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิดจึงไม่มีทางรอดนอกจากต้องทำใจถูกล้างเผ่าพันธุ์




0 Comments:
Post a Comment